เที่ยวเหนือ เชียงราย ไม่ควรพลาด วัดร่องขุ่น (Wat Rong Khun)

วัดร่องขุ่น

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม มีศิลปะภายในตัว โดยมองจากด้านนอกยังดูสวยงามขนาดนั้น ข้างในเป็นภาพวาดที่สามารถดูด้วยตาก็รับรู้ได้ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผู้วาดจะสื่อให้เห็น จากผลงานที่ขึ้นชื่อของ อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  โดยเป็นผู้ออกแบบสร้างวัดร่องขุ่น ซึ่งเป็นวัดที่มีความสวยงามตั้งแต่เดินเข้าวัดเลยทีเดียว วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่มีความงามติดอันดับ 3 ของโลก

วัดร่องขุ่น

ด้วยวัสดุที่สร้างทั้งหมดของตัววัดนั้น ทำมาจากกระจกที่ออกแบบโดยอาจารย์ ทั้งรูปปั้น ภาพวาดต่างๆ สถานที่นี้ตั้งอยู่ที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย จำลองเหมือนเป็นนรก และสวรรค์ ให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมนั้น รู้สึกได้ขึ้นสวรรค์ และนรกพร้อมกัน

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสวยงาม และความสุขหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว แรงบันดาลใจที่ท่านอาจารย์ เฉลิมชัย  ที่เริ่มต้นออกแบบสร้างวัดกับมือตนเองนั้น เกิดจาก 3 อย่าง ก็คือ

  1. ชาติ ไม่ต้องพูดถึงเลยครับว่าเกิดจากความรักชาติในแบบใด ทุกคนที่เกิดในประเทศไทยก็ต้องมีความรู้สึกเดียวกันก็คือรักบ้านเกิด หรือเมืองเกิดของตนเอง
  2. ศาสนา อาจารย์นับถือศาสนาพุทธ และธรรมะที่ได้เรียนรู้มานั้น ทำให้อาจารย์เฉลิมชัยเปลี่ยนแปลงตนเองจากที่เคยจิตใจรุ่นร้อนก็กลายเป็นเย็นได้อย่างงายดาย
  3. พระมหากษัตริย์ อาจารย์มีความตั้งใจที่จะสร้างผลงานและออกแบบภาพวาดที่มีเรื่องราวต่างๆให้ทุกคนที่มาเที่ยวได้รู้ และตั้งใจที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ เพื่อถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาลที่ 9  อีกทั้งวัดร่องขุ่นยังเป็นวัดบ้านเกิดของอาจารย์ อยู่ในตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

อาจารย์ เฉลิมชัย

พาขึ้นเหนือ ทำความรู้จัก “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน”

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ทรงก่อสร้างขึ้นโดย พระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ เมื่อราวปี พ.ศ. 2446 มีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 14 ไร่เศษ ตัวอาคารเป็นปูน มีทั้งหมด 2 ชั้น โดยหลังคา ทำด้วยแป็นไม้เกร็ด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 กระทรวงมหาดไทย ได้เริ่มปรับปรุง ซ่อมแซม และได้จัดตั้งเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน” ในปีนี้ ต่อมาในปี  พ.ศ. 2528 “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี” ได้ทรงเป็นประธาน ประกอบพิธี และได้เปิดอย่างเป็นทางการ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

ชั้นแสดง แบ่งออกดังนี้

ชั้นล่าง

เป็นการจัดแสดง สินค้าเก่าแก่ แบบพื้นเมือง และหนังสือทางด้านวิชาการ และเรื่องราวเกี่ยวกับการเป็นอยู่ของชาวนครเมืองน่านในอดีต รวมถึงความเป็นมาของชนเผ่านต่างๆ รวมถึงของที่ระลึกต่างๆ

ชั้นบน

มีการจัดแสดง ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ ของนครเมืองน่าน ตั้งแต่อดีต จนถึงพุทธศักราชปัจจุบัน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

ประวัติ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

ในปีพุทธศักราช 2535 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ แก่ประชาชนชาวไทย ให้มีการดำเนินการพัฒนา พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ โดยคณะรัฐมนตรี และได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนชาวไทย ในพุทธศักราช 2543 เป็นต้นมา

“พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์” มีการออกแบบสถาปัตยกรรม เชิงลูกบาศก์ เรขาคณิต 3 ลูกชิดกัน ดูสวยงามและทันสมัย เพื่อให้เป็นที่สนใจแก่ผู้คนที่พบเห็น และเพื่อให้เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ กรุงเทพ

มีโครงสร้างเป็นเหล็ก มีการเคลือบน้ำยาเพื่อกันสนิมอย่างดี ตัวอาคารเคลือบด้วยเซรามิก และมีฉนวนกันความร้อน มีน้ำทั้งหมด 12,600 ตัน สามารถรับแรงลมได้ 120 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ตัวอาคารสูง 45 เมตร

พิพิธภัณฑ์ ในกรุงเทพ

พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา อยุธยา ความเป็นมา

พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา อยุธยา

พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา อยุธยา เป็นพิธภัณฑสถาน ที่แรก ในสมัย “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชปรารภ” ได้เริ่มก่ออสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2500 สืบเนื่องจาก ก่อนการก่อสร้าง มีเหตุจากการได้ค้นพบ ทอง พระพิมพ์ พระพุทธรูป และวัตถุโบราณ จำนวนมาก ใต้กรุ วัดราชบูรณะ

ซึ่งเป็นคราเดียวที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ให้จัดทำ พิพิธภัณฑสถานเก็บรักษา เพื่อให้ประชาชน ได้เข้าชม และศึกษา มกดกของชาติ ณ ที่แห่งนี้

พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา

ในปีต่อมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดทำถนน หนทางเพื่อให้ประชาชนเข้าชม ภาพวาฝาผนัง กรมศิลปกร ได้ขุดกรุ และพบว่า พระพิมพ์ พระพุทธรูป จำนวนมาก ซึ่งเป็นพิมพ์ที่มีลักษณะคล้ายๆกัน และได้เปิดให้ประชาชน เช่าพระพิมพ์ และวัตถุโบราณ เพื่อนำเงิน มาสบทบสร้าง อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แห่งนี้ พร้อมตั้งชื่อ ว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้สถาปนาวัดราชบูรณะ

และใน ปีพ.ศ. 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาพิธีเปิด ในวันที่ 26 ธันวาคม 2504 จนกลายมาเป็นพิพิธภัณฑสถาน ที่สำคัญของประเทศไทย ในปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นที่เคารพบูชา สำหรับคนไทยเรา มายาวนาน ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเมืองปากน้ำ ขออะไร มักจะได้เช่นนั้น ช้างเอราวัณ ตำบลบางเมืองใหม่ สมุทรปราการ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 12 ไร่ ที่มีความสูงถึง 60 เมตร เทียบกับตึกประมาณ 17 ชั้น ตัวช้าง ทำโดยทองแดง ทั้งหมด

ส่วนตัวช้างด้านบน มีความกว้าง สิบสองเมตร ความสูง ประมาณสามสิบเมตร และความยาวของลำตัวช้าง ประมาณ สี่สิบเมตร ในพิพิธภัณฑ์ มีวัตถุมงคล ให้ผู้ที่นับถือได้บูชา เช่น ภาพวาด , พระพุทธรูปปางลีลา เป็นต้น

ช้างเอราวัณ

โดยการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยการเริ่มของ คุณเล็ก ผู้สร้างเมืองโบราณ เมืองปากน้ำ และผู้สร้าง ปราสาทสัจธรรม จังหวัดชลบุรี สร้างขึ้นมาเพื่อ เป็นมรดกของประเทศไทย ให้รุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน ได้สืบสานมรดก สืบต่อไป

โดยรวมของตัวอาคาร ที่มีการออกแบบตกแต่งศิลปะ หลายแบบผสมผสานกัน เช่น ศิลปะตะวันตก บวกกับเครื่องเบญจรงค์ หลากหลายสี รวมกันอย่างสวยงาม โดยตัวอาคารมีทั้งหมดอยู่ 5 ชั้น ดังนี้

ภายในอาคารจะแบ่งเป็น 5 ชั้น ได้แก่…

  • ชั้นที่ 1 สำหรับไว้จัดงานแสดงต่างๆ
  • ชั้นที่ 2 เป็นบันได เพื่อขึ้นสู่ชั้นที่สาม ที่ตกแตก อย่างประณีต
  • ชั้นที่ 3 ตกแต่ง ลวดลาย เป็นแผนที่โลก อยู่บนเพดานด้านบน
  • ชั้นที่ 4 ชั้นพัก
  • ชั้นที่ 5  เป็นชั้นที่เราจะเห็นท้องช้าง และเป็นชั้นที่มีการแสดงวัตถุโบราณ รวมอยู่ชั้นนี่ ถือว่าเป็นชั้นที่สำคัญที่สุด