ประวัติวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย

ประวัติวัดพระแก้ว เชียงราย

วัดพระแก้ว เป็นอีกหนึ่งวัดดังของจังหวัดเชียงรายที่มีอายุเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงรายซึ่งวัดนี้ได้มีการค้นพบ พระแก้วมรกตหรือว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) ที่กรุงเทพ

ซึ่งในประวัติมีการเล่าว่า  เมื่อปี พ.ศ.1897 สมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าเมืองครองเชียงใหม่ฟ้าได้ผ่าจนเจดีย์ร้างองค์หนึ่งจนได้พบกับพระพุทธรูปสีเขียวที่สร้างมาจากหยกนั่นก็คือ วัดพระแก้ว เชียงราย นั่นเอง

วัดพระแก้วเชียงราย

การขึ้นทะเบียนองค์พระเจดีย์เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ.2478  ภายในวัดได้มีหอพระหยกที่เป็นอาคารทรงล้านนาโบราณเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรัตนากร นวุตวัสสานุสรณ์มงคล หรือว่าที่คุ้นชื่อกันว่า พระหยก เชียงราย ภายในผนังของหอพระหยกได้มีการแสดงกิจกรรมจากตำนานพระแก้วมรกตและภาพวาดต่าง ๆ

พิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว

พิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว เป็นอาคารทรงล้านนาประยุกต์ที่ได้มีการเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2538 ภายในจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพุทธรูปที่สำคัญและได้มีการรวมทั้งศิลปวัฒนธรรมที่ทันสมัยเกียวกับพระพุทธศาสนาเอาไว้

พระเจดีย์

พระเจดีย์ ที่เมื่อปี พ.ศ 1977 ได้เกิดฟ้าผ่าลงองค์พระเจดีย์ก็ได้พังลงและได้ค้นพบพระแก้วมรกตซ่อนอยู่ จากนั้นก็ได้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองต่าง ๆ ตามลำดับ

การเดินทาง

การเดินทาง 

วัดพระแก้วตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงรายที่สามารถเดินทางไปได้ง่าย ๆ ที่เมื่อถึงห้าแยกพ่อขุนก็ให้เลี้ยวซ้ายและตรงไปเรื่อย ๆ จนสุดทางแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกก็จะเห็นวัดอยู่ขวามือ

ประวัติ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

วัดอรุณราชวราราม

วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร หรือชื่อเดิมที่เรียกกันว่า วัดมะกอก เป็นวัดที่อยู่ในสมัยโบราณตั้งแต่อยุธยาซึ่งมีที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ทางทิศตะวันออก  วัดที่มีการสร้างขึ้นในตำบลบางมะกอกต่อมาใน พ.ศ 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชประสงค์ให้ได้มีการย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรีจึงเสด็จกรีฑาทัพล่องมาทางชลมารถมาถึงหน้าวัดมะกอกนอกในรุ่งอรุณของอีกวันพอดี จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อจากวัดมะกอกนอกมาเป็น วัดแจ้ง 

วัดอรุณราชวราราม

ถือกันว่าวัดแจ้งเป็นวัดที่อยู่คู่บ้าน เมืองเนื่องจากเป็นวัดที่ได้มีการประดิษฐานของพระแก้วมรกตและพระบางและได้มีการสมโภชใหญ่ถึง 7 คืน 7 วันและต่อมาในปี พ.ศ2327 พระแก้วมรกต ได้ย้ายมาประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตรนศาสดาราม

วัดอรุณราชวราราม

เมื่อรัชกาลที 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราชเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติได้มีการโปรดให้สร้างพระนครใหม่ฝั่งตะวันออกของแม้น้ำเจ้าพระยาและทรงรับสั่งให้รื้อกำแพงพระราชวังกรุงธนบุรีออก

วัดอรุณราชวราราม

วัดแจ้ง จึงไม่ได้อยู่ในเขตของพระราชวังอีกต่อไป   ต่อมาพระองค์จึงได้โปรดให้วัดแจ้งได้มีการจำพรรษาของพระสงฆ์และได้มีการมอบหมายให้สมเด็จ พรเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากมหลวงอิศรสุนทรเป็นผู้ดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้งแต่ไม่สำเร็จท่านทรงสิ้นเสียก่อน

วัดอรุณราชวราราม

ในเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จและได้ทรงปั้นหุ่นพระพุทธรูปด้วยผีพระหัตถ์และได้โปรดพระราชทานนามวัดว่า วัดอรุณราชธาราม จนมาถึงรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์เพิ่มและทรงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดอรุณราชวราราม

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเว็บไซต์ watarun.org , dhammathai.org , kapook.com

ประวัติความเป็นมา วัดท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

วัดท่าไม้

วัดท่าไม้ ตั้งอยู่ ถนนเศรษฐกิจ 1 ซอย 8 อำเภอ ระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เริ่มก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2520 โดยมี พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เป็นเจ้าอาวาส  มีที่ดินทั้งหมด 6 ไร่ โดยการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาในความศักสิทธิ์ ต่างพากันมาทำบุญ ขอพร เสริมดวง สะเดาะเคราะห์ และสักการะบูชา และเสริมเมตตามหานิยม

ความเป็นมา เมื่อปีพุทธศักราช 2520 ได้มีพระภิกษุ “ฉายา อุปติสฺโส” วัย 24 ปี ได้ธุดงผ่านมา และต้องการหาสถานที่เพื่อปฏิบัติธรรม จนได้มีชาวบ้าน ช่วยกันแนะนำ บริเวณริมแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นสถานที่สงบเงียบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม

วัดท่าไม้

ต่อมาเมื่อวันที่  20 ตุลาคม พ.ศ.2520 ชาวบ้านและพระภิกษุ ได้ร่วมกันขออนุญาตสร้างวัด และได้รับอนุญาติเมื่อ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 และได้ตั้งชื่อว่า “สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี”

จนมาถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2532  ได้เปลี่ยนชื่อ สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี เป็น “วัดท่าไม้” และเมื่อ พ.ศ.2533 ได้แต่งตั้ง  “พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล ” เป็นเจ้าอาวาส

วัดท่าไม้

ท่านพระครูศีลสาครวิมล ได้สืบทอดเจตนารมณ์ต่อจาก พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล ที่มรณภาพลง ได้สร้างถาวรวัตถุ จนวาระสุดท้าย

จนมาถึงปัจุบัน เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร ได้แต่งตั้งให้ “พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร” ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน

วัดท่าไม้

แผนที่ วัดท่าไม้ 

วัดท่าไม้ แผนที่

ปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรี อุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

ปราสาทเมืองสิงห์

ปราสาทเมืองสิงห์  Mueang Sing Historical Park อุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตั้งอยู่เขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรี สร้างขึ้น พ.ศ. 2478 บูรณะโดยกรมศิลปากร เสร็จในปี พ.ศ. 2530  มีลักษณะ เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 800 เมตร ยาว 850 เมตร ที่ล้อมด้วยกำแพงศิลาแลง สูงประมาณ 7 เมตร มีทางเข้าออก 4 ประตู

ปราสาทเมืองสิงห์

กรมศิลปากร ได้พบ สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม ปฏิมากรรม ที่มีความคล้าย สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร , พระพุทธรูปนาคปรก , นางปรัชญาปารมิตา , พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี

ปราสาทเมืองสิงห์

  • เวลาเปิด ปิด 09.00 ถึง 16.30 น.
  • ค่าเข้าชมสำหรับ คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท
  • รถยนต์ 50 บาท
  • โทรศัพท์ 034 585 052-3

เที่ยวญี่ปุ่น อย่าลืมแวะ! ปราสาทโอซาก้า : Osaka Castle

Osaka Castle

เพื่อนๆ สมาชิก ที่กำลังมีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ณ เมืองโอซาก้า อย่าพลาด แลนด์มาร์ก สำคัญ ที่ต้องแวะเที่ยวชมให้ได้นะ นั่นก็คือ  ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเลยก็ว่าได้ค่ะ

 เราไปดู ประวัติ ปราสาทโอซาก้า กันค่ะ 

ปราสาทโอซาก้า สมัยก่อนเคยเป็น “วัดอิชิยาม่า ฮอนกันจิ”  แต่ในปีค.ศ.1583 ได้ถูก “โอดะ โนบุนากะ” ทำลาย และเวลาต่อมา ได้สร้างปราสาทโอซาก้า นี้ขึ้นมาดแทนค่ะและผู้สร้างคือ “โทโยมิ ฮิเดะโยชิ”

ปราสาทโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้า มีทั้งหมด 8 ชั้น มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงและคูน้ำ พื้นที่ใกล้ๆ ตัวปราสาท จะมีอาคารล้อมรอบ ด้วยทรงที่มันสมัยๆ ทำให้มีความรู้สึกเหมือนกับว่า กำลังหลงยุคเลยละค่ะ

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีนักท่องเที่ยว จากทั่วโลก เข้าชมต้นซากุระ ที่เรียงรายหลายร้อยต้น เยอะมากๆ ค่ะ

ปราสาทโอซาก้า

การเดินทาง ที่สะดวกและง่าย

นั่งรถไฟใต้ดิน แล้วลงที่สถานี Morinomiya และเดินต่อไปยัง ปราสาทโอซาก้า ได้เลยค่ะ ไม่ไกลมาก

map center

ปราสาทหินพิมาย อีกหนึ่งพุทธสถานโบราณ ที่สำคัญของไทย

ปราสาทหินพิมาย

วันนี้ Asianculturesmuseum.org จะพาทุกท่านไปรู้จัก ปราสาทหินพิมาย ซึ่งถือเป็น อีกหนึ่ง พุทธสถานโบราณ อุทยานประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของประเทศไทย มีที่ตั้งอยู่ที่  อำเภอพิมาย  จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ทั้งหมด 115 ไร่ กว้าง 565 เมตร  ยาวประมาณ 1,030 เมตร

ปราสาทหินพิมาย” ได้เริ่มสร้างขึ้นประมาณ พุทธศตวรรษ ที่ 16 สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่หนึ่ง ที่มีแบบแผนการสร้างในแบบศิลปเขมรผสมผสาน คล้ายนครวัด ของประเทศกัมพูชา

ปราสาทหินพิมาย มุมสูง

หากมองดูจากที่สูง “ปราสาทหินพิมาย” จะมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกมาก เพราะหากเปรียบเทียบกับปราสาทอื่นๆ ในประเทศไทย มักจะหันด้านหน้าไปทางทิศตะวันออก

สิ่งก่อสร้าง สำคัญใน ปราสาทหินพิมาย

  • ซุ้มประตูและกำแพงแก้ว
  • หอพราหมณ์
  • พลับพลา
  • สะพานนาคราช
  • บรรณาลัย
  • ซุ้มประตูและระเบียงคด
  • ปราสาทประธาน
  • ชาลาทางเดิน
  • ปรางค์หินแดง
ประสาทประธาน
ประสาทประธาน
ปรางค์ประธาน
ปรางค์ประธาน
ปรางค์หินแดง
ปรางค์หินแดง
สะพานนาคราช
สะพานนาคราช

ปราสาทหินพิมาย แผนที่ 

ปราสาทหินพิมาย แผนที่

“ปราสาท สัจธรรม” สถาปัตยกรรมไม้ ที่สวยงามที่สุดของไทย

ปราสาท สัจธรรม

ปราสาท สัจธรรม” (The Sanctuary of Truth) สร้างเมื่อ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2524 เป็นสถาปัตยกรรมไม้ ที่สวยงามและใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ แหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 80 ไร่

sanctuary of truth

ชาวบ้านระแวกใกล้เคียง ต่างเรียกกันว่า “ปราสาทไม้” และ “วังโบราณ”  ผู้เริ่มก่อตั้งคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจ ผู้หลงใหลในงานสถาปัตยกรรมไทย ของศาสนาพุทธ เป็นอย่างมาก คุณเล็กยังเป็นผู้ก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ตำบลบางเมืองใหม่ สมุทรปราการ  อีกด้วย

ปราสาท สัจธรรม

ภายในปราสาท มีความงดงามเป็นอย่างมาก  แฝงเนื้อหาทางศิลปวัฒนธรรมและปรัชญา ให้ประชาชนผู้เข้าชม ได้เห็นถึงความสำคัญของศาสนา

ปราสาทสัจธรรม

 

ปราสาทสัจธรรม เป็นมหาวิหาร แบบจัตุรมุข ที่มีการใช้เสาไม้ถึง 170 ต้น ทั้งหมดเป็นไม้ตะเคียนทอง ไม้แดง เนื้อแข็ง

ค่าเข้าชม

  • ผู้ใหญ่ 450 บาท
  • เด็ก 225 บาท สูง 110 ถึง 140 ซม

ปราสาทสัจธรรม พัทยา

ปราสาทขอม น้ำพุร้อน แม่ขะจาน จังหวัดเชียงราย

ปราสาทขอม

ถ้าพูดถึงว่าเที่ยวภาคเหนือนี่ก็ต้องนึกถึงขึ้นเขาสูดบรรยากาศบนดอย ไร่ชา จิบกาแฟ แล้วก็สถาปัตยกรรมต่างๆ ตามวันหรือโบราณสถาน ไม่ว่าจะเป็นที่ขึ้นชื่ออย่างวัดร่องขุ่นผลงานชิ้นเอกของท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ หากใครได้ลองมาที่จังหวัดเชียงรายก็คงต้องอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน แต่นอกจากวัดร่องขุ่นแล้วเรายังมีที่แนะนำอยู่อีกที่หนึ่งซึ่งก็ไม่คิดว่ามันจะอยู่ที่ภาคเหนือเหมือนกันกับ

ปราสาทขอม” ที่ตั้งอยู่บริเวณอำเภอแม่ขะจาน จังหวัดเชียงราย บนถนนที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเชียงรายกับเชียงใหม่ หรือก็คือใครที่ผ่านไปผ่านมาบนเส้นทาง เชียงใหม่-เชียงราย จะต้องสั่งงเกตเห็นอยู่แล้วเป็นอย่างแน่นอน ถ้านึกภาพไม่ออกก็บริเวณตรงข้ามกับบ่อน้ำพุร้อนแม่ขะจานที่มีให้เอาไข่ไปลวกขึ้นมากิน ปราสาทขอมแห่งนี้จะถูกตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ่อน้ำพุร้อน

ปราสาทขอม เชียงราย

ลักษณะก็จะเป็นสถาปัตยกรรมปราสาทโบราณที่ดูจากภายนอกแล้วดูมีความขลัง มีความยิ่งใหญ่อลังการดาวล้นดวงเลยทีเดียว ซึ่งใครที่ผ่านไปมาสามารถแวะเข้าไปเพื่อรับชม หรือถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเอาไว้ได้เลย จุดเริ่มต้นก้มาจากการก่อสร้างของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว

แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ยกเลิกไปกลางทางทิ้งไว้ก็แต่ความสวยงามที่ยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งจะต้องบอกว่าภยนอกว่าดูสวย อลังการแล้วอยากให้เดินเข้าไปดูภายใน เป็นสถาปัตยกรรมที่สุดยอดมากเลย ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน หากใครต้องการจะแวะเข้าไปก็ขอให้เร็วนิดหนึ่งคือช่วงก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน มิเช่นนั้นอาจจะเกิดอันตรายจากสัตว์แถวนั้นก็ได้ เพราะค่อนข้างที่จะมืดมาก

ขอบคุณภาพ facebook : Sanor Pokyom

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน บ้านเรือนไทยใจกลางกรุง

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่น่ามาท่องเที่ยว บ้านเรือนไทยที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ เป็นเรือนไทยไม้สักที่ตั้งอยู่ทั้งหมด 6 หลัง

บ้านเรือนไทยหลังนี้เป็นของอดีตทหารอเมริกาชื่อว่า “เจมส์ เอช ดับเบิ้ลยู ทอมป์สัน” ( James Harrison Wilson Thompson ) เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในไทย ซึ่งเป็นคนที่บุกเบิกอุตสาหกรรมไหมไทย

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยังไว้ซึ่งบ้านในแบบสมัยโบราณ ภายในได้มีการรวบรวมของสะสมตั้งแต่ในอดีต เป็นของที่เก่ากื่เช่น

  • เครื่องครัวเรือน
  • วัตถุเครื่องเคลือบกระเบื้อง
  • เครื่องกระเบื้องสมัยราชวงศ์ซ่ง
  • เครื่องลายครามราชวงค์หมิง
  • เครื่องเคลือบสมัยลพบุรี เขมร ที่อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 15-17
  • เครื่องเบญจรงค์ ลายไทย
  • เครื่องปั้นดินเผา

รวมถึงจิตรกรรมในสมัยโบราณ ซึ่งการได้มาที่นี่ก็ชวนให้ได้คิดถึง รำลึกถึงอดีตโบราณ ว่าบ้านเมือง ชีวิตความเป็นอยู่ในสมัยก่อนเช่นไร

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

บ้านจิม ทอมสันนี้ ตั้งอยู่คลองแสนแสบ  เป็นเหมือนชุมชนทอผ้าที่ยังคงหลงเหลือให้ได้เห็น ในปี พ.ศ. 2519 บ้านจิม ทอมสัน และทรัพย์สิน ได้ถูกก่อตั้งให้เป็นมูลนิธิ เจมส์ เอช ดับเบิ้ลยู อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สงวนไว้ซึ่งศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมไทย

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

“พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน” แห่งนี้นอกจากเป็นที่แสดงวัตถุ และของโบราณต่างในสมัยก่อน ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และของที่ระลึกให้ได้แวะชิม แวะเที่ยวกันด้วย หากใครที่ต้องการรำลึกบรรยากาศในอดีต และไม่ต้องการไปไกลต่างจังหวัด พิพิธภัณฑ์นี้ยังเป็นสถานที่ให้ได้เข้าชม

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา หนึ่งในฉากภาพยนตร์ดัง

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา

พิพิธภัณฑ์ที่โด่งดัง หนึ่งในนี้คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา (The American Museum of Natural History) ที่เรามักคุ้นตากันในภาพยนตร์ Night at the Museum แสดงนำโดย Ben Stiller หนังที่สนุกดูได้ทุกวัย โดยพิพิธภัณฑ์นี้จะมีชื่อเสียงในเรื่องซากกระดูกไดโนเสาร์ ซึ่งถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงซากไดโนเสาร์ที่มากที่สุดในโลก

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา

นอกเหนือจากการแสดงซากของไดโนเสาร์ยังมีการจัดแสดง และเก็บรักษา ถนอม ซากสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมต่างๆ จากทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการแสดงถึงต้นกำเนิดมนุษย์ด้วย

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา

สำหรับที่แห่งนี้เป็นที่เรียนรู้ที่ตื่นตาตื่นใจอย่างมาก เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ จัดแสดงงานนิทรรศการเป็นโซน เช่น โซนศิลปะวัฒนธรรมทวีปต่างๆ โวนสัตว์ทะเล โซนกำเนิดของโลก โซนแร่ธาตุ โซนวิวัฒนาการมนุษย์ เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา

ไม่ได้มีเพียงแค่การเก็บรักษาเฉพาะแต่สัตว์ หรือมนุษย์โบราณเท่านั้น ยังรวมไปถึงการจัดนิทรรศการภายในที่เกี่ยวข้องกับดวงดาว โลก และอวกาศ เป็นเชิงดาราศาสตร์ และฟิสิกซ์ดวงดาวด้วย โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี ซี สถานที่น่าสนใจ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวผ่านเข้ามาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา (American Museum of Natural History) จุดเด่นของที่นี่ อยู่ที่รูปปั้นโมอาบ ไฮไลท์ของที่นี่เป็นโครงกระดูกของทีแร็ก ขนาดใหญ่เด่นเห็นชัด ที่เป็นฉากเด่นภาพยนตร์ไนท์แอทเดอะมิวเซียมนั่นเอง