วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร

วัดสุทัศนเทพวราราม

วัดสุทัศนเทพวราราม หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า วัดสุทัศน์ เป็นอารามหลวงขั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหารที่มีเพียงไม่กี่ที่ในประเทศไทยและยังเป็นวัดประจำรัชกาลของพระบาบสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

วัดสุทัศน์

ซึ่งในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นมาทรงราชทานนามว่า วัดมหาสุทธาวาส การสร้างวัดได้มาเสร็จสิ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2390 โดยให้พระราชทานนามว่า วัดสุทัศน์เทพวราราม

วัดสุทัศน์

วัดได้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชมนุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ได้มีการอัญเชิญพระบรมราชสรรีรางคารของพระองค์มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีในปี พ.ศ,2493 และได้มีการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จประเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรซึ่งจะตรงกับวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี

วัดสุทัศนเทพวราราม

พระอุโบสถของ วัดสุทัศน์ ถือได้ว่าเป็นพระอุโบสถที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทยและที่วัดยังมีเรื่องของการเล่าสืบต่อกันมาถึง เปรต สัตว์ที่เกิดในอบายภูมิตามความเชื่อของทางพุทธศาสนาว่าเคยมีเปรตอยู่ที่แห่งนี้และยังมีภาพจิตกรรมรูปหนึ่งที่เป็นรูปเปรตตนหนึ่งที่นอนพาดกายอยู่และมีพระสงฆ์กำลังยืนพิจารณาสังขาร

วัดสุทัศน์ เปรต

วัดสุทัศนเทพวราราม

โดยภาพนี้นับว่าเป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากในอดีตและก็ยังมีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่ามีคนเคยพบเห็นเปรตหน้าพระวิหารนี้อยู่เป็นประจำด้วยแต่หลังจากที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาน สมเด็จพระสังฆราช ได้เปรยกับเปรตไปว่า อยู่ด้วยกันนะ อย่าให้ชาวบ้านได้เดือดร้อน หลังจากนั้นมาก็ไม่มีเปรตออกมาให้ได้เห็นกันอีกเลย

ปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

ปราสาทศีขรภูมิ

ปราสาทศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ที่ประกอบไปด้วยประสาทอิฐจำนวน 5 หลังที่ได้มีการตั้งอยู่บนฐานเดียวกันและปราสาทประธานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโดยที่อีก 4 หลังตั้งอยู่ที่มุมทั้ง 4 ปราสาทที่ถูกล้อมรอบไปด้วยคูน้ำยกเว้นแค่ทางเข้าด้านทิศตะวันออกเท่านั้น

ปราสาทศีขรภูมิ

ปราสาทถูกสร้างขึ้นมาด้วยอิฐที่แตกต่างจากปราสาทสมัยนครวัดที่ประเทศกัมพูชาที่นิยมสร้างขึ้นมาจากหินทรายเท่านั้นและปราสาททั้งห้านี้เคยเป็นที่ประดิษฐานของศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะก็ได้และในภายหลังปราสาทได้ถูกให้เปลี่ยนเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาเถรวาทโดยที่ชาวลาวที่อพยพเข้ามาในภายหลัง

ปราสาทศีขรภูมิ

ปราสาทศีขรภูมิตั้งอยู่บริเวณข้างวัดบ้านปราสาท ตำบลระแงง จังหัดสุรินทร์และถือได้ว่าเป็นปราสาทที่มีความงดงามที่สุดในจังหวัดสุรินทร์นี้แล้ว  ปรางค์ประธานสูงประมาณ 32 เมตรทับหลังเป็นภาพพระศิวนาฎราชสิบกรทรงฟ้อนรำอยู่เหนือเกียรติมุข วงโค้งลายท่อนมาลัยสลักเป็นภาพพระคเณศ พระพรหม พระอุมาและพระวิษณุ เสากรอบประตูสลักเป็นรูปของนางอัปสรถือดอกบัวและทวารบาลยืนกุมกระบอง

ปราสาทศีขรภูมิ

ทางไปสู่ปราสาทศรีขรภูมิจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางทิศตะวันออกไปตามทางหลวงหมายเลข 226 คู่ขนานกับรางรถไฟสายสุรินทร์-อุบลราชธานีตรงมาจนถึงปกาทางเข้าปราสาทจะเจอป้ายที่เป็นสัญลักษณ์บอกว่า แหล่งท่องเที่ยวตามรอยอารยขอม ไปตามรอยอารยธรรมขอมโบราณอีสานใต้กันได้ที่รับรองว่าจะไม่ผิดหวังกับปราสาทที่สวยที่สุดแห่งนี้แน่นอน  เวลาเปิด-ปิด ให้เข้าชมได้ทุกวัน 8.00-16.30 คนไทยเสียค่าเข้าชม 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

ปราสาท สด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว ประวัติ การเดินทาง

ปราสาท สด๊กก๊อกธม

ถ้าพูดถึงโบราณสถาน ที่สำคัญของจังหวัดสระแก้ว เราก็จะนึกถึง ปราสาท สด๊กก๊อกธม ที่นับว่าใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกแล้วได้ถูกสร้างขึ้นมาในปี พุทธศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพและประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อของศาสนาฮินดูที่ชื่อของปราสาทหมายถึง เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่

ปราสาทสด๊กก๊อกธม

ประสาท สด๊กก๊อกธม  ประกอบไปด้วยปราสาท 3 หลังตัวปราสาทที่ทำขึ้นจากหินทรายและระเบียงก็ก่อนด้วยหินทราย 2 หลังอยู่หน้าปราสาทหลังกลางเป็นปรางคืประธานและด้านนอกทิศตะวันออกจะมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่

แต่ก่อนได้มีการค้นพบศิลาจารึก 2 หลักต่อมาเอปี 1595 ได้มีการปฎิสังขรณ์และกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอมเป็นผู้อุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาและตอนนี้จารึกทั้งสองได้ถูกนำไปเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร

ปราสาท สด๊กก๊อกธม

ปราสาทก่อด้วยหินทรายและศิลาแลงในแบบของเขมร ระเบียงคดล้อมรอบตัวปราสาทยาว 42.5 เมตรมีโคปุระอยู่กึ่งกลางกำแพงและระเบียงคดทั้งสี่ด้านพื้นที่  ผังปราสาทยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องของจักรวาลของศาสนาฮินดู ภายในปรางค์ประธานเดิมเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์อั้นเป็นรูปที่เคารพของพระศิวะและสามารถเป็นที่บ่งบอกได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นศาสนสถานของศาสนาฮินดูนั่นเอง

ปราสาท สด๊กก๊อกธม

ทางกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมได้มีการขึ้นทะเบียนโบราณสถานปราสาทสด็กก๊อกธรมเป็นครั้งแรกในปี 2478และได้กำหนดเป็นพื้นที่โบราณสถานประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่น 114 ตอนพิเศษ 81 รวมพื้นที่ทั้งหมด 641 ไร่ 2 งาน 82 ตารางวา ถ้าจากอำเภออรัญประเทศเดินทางไปปราสาทด้วยการใช้ทางหลวงหมายเลข348 ผ่านบ้านสุขสราญไปประมาณ 7 กิโลเมตรถึงสามแยกบ้านหนองเสม็ดเลี้ยงซ้ายไปอีกตามทางไปเรื่อย ๆ ก็จะพบทางเข้าปราสาทอยู่ทางขวาไปอีก 2.5 กิโลเมตรก็จะถึงปราสาทคะ

ปราสาท สด๊กก๊อกธม

ถ้ำลอดมหาจักรพรรดิ์ วัดหลวงพี่แซม ชลบุรี

ถ้ำลอดมหาจักรพรรดิ์

เชื่อว่าตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินเรื่องราวของถ้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ นั่นก็คือ ถ้ำลอดมหาจักรพรรดิ วัดหลวงพี่แซม ที่ในเวลานี้เป็นที่ฮือฮามาก ๆ

ถ้ำลอดมหาจักรพรรดิ

ถ้ำลอดมหาจักรพรรดิ วัดหลวงพี่แซม ตั้งยู่ที่ ต.หนองปรือ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรีและเป็นถ้ำจำลองที่มีขนาดใหญ่และได้มีการถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่ด้วยฝีมือมนุษย์ ภายในส่วนกลางของห้องโถงมีพญานาค 7 เศียร(อนันตนาคราช) เล่นนั้นอยู่และเสมือนอยู่ในเมืองบาดารดูสวยงามและมีมนต์ขลังยิ่งช่วงเวลาที่เปิดไฟจะมีแสงส่องงดงามเป็นอย่างมากทีเดียวและยังมีวัตถุมงคลอีกหลากหลายที่ทำให้ขณะนี้มีพุทธศาสนิกชนมาไหว้ขอพรกัน ณ ถ้ำลอดมหาจักรพรรดินี้อย่างไม่ขาดสาย

ถ้ำลอดมหาจักรพรรดิ

บางส่วนก็เข้ามาปฏิบัติธรรมซึ่งทางวัดจะมีการเน้นในเรื่องของการปฏิบัติธรรมเป็นหลักและได้มีการสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมเพื่อสามารถที่จะรองรับคนได้เป็นจำนวนมากและยังมีผู้ใจบุญได้จัดการสร้างหลวงพ่อยิ้มเปิดฟ้า พระประธานของวัดขึ้นมากเพื่อให้คนที่ศรัทธาหลวงพ่อได้กราบไหว้บูชา

ถ้ำลอดมหาจักรพรรดิ

ในปัจจุบันนี้ได้มีผู้ใจบุญถวายปัจจัยอย่างล้นหลาม และยังมีบริจาค เพชร ทอง พลอย พระแก้วมรกตโบราณ และอื่น ๆ เพ่อบรรจุไว้ในหัวใจหลวงพ่อยิ้มและก็มีความเชื่อต่อ ๆ กันมากว่าหากผู้ใดที่ได้เข้าไปกราบไหว้ท่านก็จะมีชีวิตที่ดี มีโชคลาภ ชีวิตพลิกจากร้ายกลายเป็นดี

ถ้ำลอดมหาจักรพรรดิ

ใครที่อยากจะเข้าไปชมความงดงามของถ้ำแห่งนี้สามารถไปได้ที่ชลบุรีไม่ไกลจากกรุงเทพ พากันไปไหว้เสริมดวงกันได้ค่ะ

ภาพจากเฟสบุ๊ค : เที่ยวไปตามใจเรา By Weerayuth

ประวัติ วัดไร่ขิง นครปฐม

วัดไร่ขิง

วัดไร่ขิง พระอารามหลวงที่ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีน อยู่ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม  สร้างขึ้นโดย สมเด็จพระพุทธฒาจารย์ (พุก) ที่มีหลวงพ่อวัดไร่ขิงซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธานและเป็นที่ได้รับความเคารพนับถือของชาวนครปฐมเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระพุทธรูปกว้างหน้าตัก 4 ศอก  2 นิ้วเศษ สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษที่ได้มีการสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของช่วงสมัยไทยล้านนาและล้านช้างที่ได้มีการเล่าขานสืบต่อกันมากว่า  ลอยน้ำมาและอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน  วัดไร่ขิง สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระราชทานนามให้ว่า วัดมงคลจินดารามไร่ขิง และต่อมากก็เหลือแต่ชื่อวัดไร่ขิง

วัดไร่ขิง

วัดไร่ขิง เป็นที่นิยมที่พุทธศาสนิกชนต่างนิยมพากันเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ มีตลาดนัดผลไม้และอาหารขายอยู่หน้าวัดและยังมีชาวสวนพายเรือมาขายผัก ผลไม้

บริเวณหน้าโบสถ์เป็นเขตอภัยทาน มีปลาสวายที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงปลาได้ด้วย  ระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำถึงแรม 3 คำเดือน 5 ของทุกปีทางวัดจะมีการจัดงานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงและมีมหรสพมากมาย

Wat Rai Khing

ในตำนานของเมืองนครปฐมได้มีการเล่ากันมาว่า มีพระ 3 องค์ลอยน้ำมาพร้อมกันและแสดงปาฏิหารย์จะเข้าไปยังบ้านศรีมหาโพธิ์ที่มีต้นโพธิ์ใหญ่จึงมีการเรียกตำบลนั้นว่า บางพระ พระพุทธรูป 3 องค์ลอยไปถึงแม่น้ำท่าจีนแล้วลอยทวนขึ้นมาจึงได้เรียกตำบลนั้นว่า สามประทวนและช่วยบ้านก็พากันไปชักพระขึ้นฝั่งแต่ไม่สำเร็จต่างก็ต้องตากแดด เปียกฝนกันจึงได้ชื่อว่า บ้านตากแดดและ บ้านลานตากฟ้า

วัดไร่ขิง

และในที่สุดพระพุทธรูปองค์แรกก็ยอมสถิต ณ วัดไร่ขิงเรียกกันว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิง  องค์ที่ 2 ลองไปแล้วสถิตที่วัดบ้านแหลมเรียกกันว่า หลวงพ่อบ้านแหลม องค์ที่ 3 ลอยไปตามน้ำแล้วขึ้นสถิตที่วัดเขาตะเครา เรียกกันว่า หลวงพ่อเขาตะเครา

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ประเทศญี่ปุ่น

ปราสาทฮิเมจิ

ปราสาทดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในจังหวัดเฮียวโงะ ที่เป็นหนึ่งใน 12 ปราสาทที่เหลืออยู่ในประเทศญี่ปุ่นอย่าง ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ที่ในตอนหลังได้มีการนำมารีโนเวทครั้งใหญ่ เมื่อปี 2015 ทำให้ตอนนี้ประสาทสมบูรณ์งดงามอย่างยิ่ง

และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ให้เป็น 1 ใน 4 ปราสาทที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นร่วมกับปราสาทอีกสามที่และได้รับการการันตีจากระดับสากลและระดับประเทศเลยทีเดียวและเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่เหลือรอดมาจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันซิง

ปราสาทฮิเมจิ

ปราสาทฮิเมจิ ได้ขึ้นชื่อเรื่องของการที่เป็นปราสาทที่มีอาณาบริเวณที่มีต้นซากุระมากมายและได้กลายเป็นแหล่งที่มีคนเลือกนิยมมาถ่ายรูปที่ถ่ายออกมาแบบสวยงามมาก ภายในมีอาคารอยู่ถึง 80 อาคารที่เชื่อมต่อกันทั้งหมดและมีประตู กำแพงกั้นแต่ละส่วนไว้  มีช่องเอาไว้ให้ได้ดูวิวได้รอบทิศทางแบบ 360 องศาให้ได้ดูกันแบบพาโนราม่าที่สามารถจะมองเห็นอาณาบริเวณของปราสาททั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นจุดที่สวยเว่อร์วังมาก ๆ

ปราสาทฮิเมจิ

ค่าเข้าชม : สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป 1000 เยน นักเรียน  นักเรียนทุกระดับ 300 เยน กลุ่ม 30 คนขึ้นไป 800 เยน

ปราสาทฮิเมจิ

ปราสาท Himeju : Keikoen ผู้ใหญ่ 18 ปีขึ้นไป 1040 เยน เด็ก(นักเรียนทุกระดับ ) 360 เยน  เวลาเปิด- ปิด 9.00-17.00 น. ปลายเดือนเมษายน-สิงหาคม 9.00-18.00 วันปิดทำการ ปิดวันที่ 29-30 ธันวาคม วิธีการเดินทาง รถไฟ/เดิน 15-20 นาทีจาก Himeji Station

ปราสาทฮิเมจิ

วัดพระบาทน้ำพุ

วัดพระบาทน้ำพุ

วัดพระบาทน้ำพุ หรือว่า วัดพระพุทธบาทประทานพร  วัดไทยที่ตั้งอยู่เชิงเขาน้ำพุ หมู่ที่  3 ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้มี พระราชวิสุทธิประชานาถ เป็นเจ้าอาวาส

วัดแห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีรอยพระพุทธบาทและยังเป็น สถานรักษาพักฟื้นผู้ติดเชื้อ HIV และเป็นที่ตั้งของมูลนิธิธรรมรักษ์  รอยพระพุทธบาทถูกครอบอยู่ภายใต้มณฑปโดยที่อยู่ห่างจากอาคารสำนักงานมูลนิธิธรรมรักษ์ประมาณ 150 เมตร โครงการธรรมรักษ์นิเวศน์ที่พักฟื้นและรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้าย

ในถ้ำบนเขาที่อยู่ในวัดภายในยังมีหลวงพ่อดำ ปางมารวิชัย สมัยอยุธยาและพระโพธิสัตว์ 9 องค์ส่วนบนยอดภูเขาพระอุทัย อโนโม สร้างหลวงพ่อขาวขึ้นเมื่อ พ.ศ 2523

ได้มีการเริ่มต้นรักษาและพักฟื้นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ 2535 และได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน โดยแยกออกเป็นสองส่วน คือ

ผู้ป่วยโรคเอดส์

1. คือ รับดูและรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ทั่วไปทั่วประเทศ

วัดพระบาทน้ำพุ เด็ก

2. คือ การรับอุปการะเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากบิดามารดาที่ติดเชื้อซึ่งในแต่ละเดือนวัดจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาททั้งค่าอาหาร ค่ายา ค่าบริหารจัดการวัดรวมไปถึงค่าเผาศพซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐเดือนละ 100,000 บาทที่เหลือก็จะเป็นผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาค

ทางวัดได้ประสบปัญหาการเงิน เนื่องจากว่าเงินทุนที่ใช้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแต่ด้วยการประชาสัมพันธ์ข่าวทั้งในและต่างประเทศก็ได้ทำให้ทางวัดได้รับการบริจาคจนสามารถพ้นวิกฤตนั้นมาได้

วัดเล่งเน่ยยี่ 2 บางบัวทอง นนทบุรี วัดแก้ปีชง ชื่อดัง!!

วัดเล่งเน่ยยี่ 2

วัดเล่งเน่ยยี่ 2 หรือ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ อยู่ที่บางบัวทอง นนทบุรี เป็นวัดจีนนิกายรังสรรค์ที่แต่เดิมเป็นโรงเจ แต่ต่อมา เจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่ และพุทธบริษัทไทยและจีน ได้ร่วมกันพัฒนาขยายให้เป็นวัดที่สวยงามตามคำล่ำลือจริง  ได้บรรยากาศเหมือนกับอยู่ในประเทศจีนกันเลย

วัดเล่งเน่ยยี่ 2

มีสถาปัตยกรรมในยุคหมิง ซิง ที่ประณีตกันทุกรายละเอียดทั้งลวดลายภาพเขียนสีแบบจีนที่งดงามมากที่จะมีให้เห็นในทุกมุมของวัด พื้นที่ทำจากหินอ่อนเวลาเดินเล่นทำให้เย็นเท้า สบาย  ๆ

วัดแก้ชง

พิธีแก้ชง

ซึ่งจะมีชุดสะเดาะเคราะห์ให้บูชา ที่ทางวัดได้เตรียมไว้ได้แก่ กระดาษเงิน กระดาษทอง ใบฝากดวง ธูปสามดอกและนำไปอธิษฐานต่อหน้าเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยจากนั้นก็นำกระดาษเงินและกระดาษทองปัดออกจากตัวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า 13 ครั้งซึ่งปกติแล้วจะปัดตามจำนวนเดือนของปีคือ 12 ครั้งแต่ในปีมีซ้อนกันอยู่ 2 เดือนนั่นก็คือ 9 ตามจันทรคติของจีนและเดือน 8 ตามจัทรคติของไทยและนำใบฝากดวงไปหย่อนลงในตู้

พระประธาน

พระอุโบสถของที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธาน 3 พระองค์คือ พรอมตาภพุทธเจ้า พระศากยมุนีพุทธเจ้า และ พระไภษัชยคุรไวฑูรย์พุทธเจ้า พร้อมทั้งมีรูปปั้นอรหันต์ทั้ง 18 พระองค์อยู่สองฝั่งขวา ซ้าย และยังมีผนังเป็นภาพแกะสลักด้วยไม้สัก บริเวณด้านหลังของพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของ วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตรว์ ให้มาชมและสักการะขอพรกัน ใครที่มานมัสการขอพรต่างก็บรรลุผลสำเร็จทุกอย่าง ทุกความปรารถนา

วิธีบนหลวงพ่อโสธร อย่างไร? ให้ประสบความสำเร็จ?

วิธีบนหลวงพ่อโสธร

ถ้าพูดถึงวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด อยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา แน่นอนว่าทุกคนก็ต้องนึกถึง วัดหลวงพ่อโสธร ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดด้วย

ประชาชนทั่วไทยทุกสารทิศมีความศรัทธาและต่างหลั่งใหลและต่างก็เคยไปสักการะ หลวงพ่อโสธร กันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยไป เรามีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากกันก่อนที่จะไปรับผลบุญกันอย่างอิ่มใจ

วัดโสธรวรารามวรวิหาร

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่เขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดที่เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย มี “พระรูปปางสมาธิ ลงรักปิดทองแบบล้านช้าง”

ความศักดิ์สิทธิ์

คุณคงต่างก็เคยได้ยินคำเล่าขานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิปาฏิหารย์ของ “หลวงพ่อโสธร” ที่ทุกคนทั่วสารทิศต่างก็จะพากันมากราบไหว้ของบารมีจากหลวงพ่อและรักษาโรคให้แคล้วคลาดและช่วยปกป้องคุ้มครองและได้มีการเล่าขานต่อ ๆ กันมาก

การบนบาน หลวงพ่อโสธร 

การบนบาน

ใช้ขี้ธูป ดอกไม้บูชาแห้งเกี่ยวแล้ว อธิฐานหยดเทียน ขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อมาทำยาซึ่งปรากฏกันว่าหายและหลังจากนั้นก็ได้กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่ว

ได้มีการบอกต่อกันมาว่ามีอยู่สองเรื่องเท่านั้นที่ บนแล้วไม่สมหวัง ก็คือ..

  • เรื่องขอให้ไม่ติดทหาร
  • เรื่องขอมีบุตร 

เพราะหลวงพ่อท่านชอบให้คนไปเป็นทหารจะได้ปกป้องรักษาบ้านเมือง ถ้าหากว่าใครที่มาบนก็จะได้ไปเป็นทหาร

เรื่องขอบุตร ก็มักจะได้บุตรที่มีอาการไม่ครบ 32 ประการ เนื่องจากท่านได้ส่งลูกหลานซึ่งเป็นทหารที่บาดเจ็บล้มตายนั่นเอง

วิธีบนหลวงพ่อโสธร 

วิธีบนหลวงพ่อโสธร 

และว่ากันว่า “ท่านชอบไข่ต้ม” ทำให้คนที่สมหวังมักแก้บนด้วย “ไข่ต้ม” เพราะแต่ก่อนไข่ต้มจะเป็นของที่หาได้ง่ายนั่นเอง

วัดผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์

วัดผาซ่อนแก้ว

วัดผาซ่อนแก้ว หรือ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ที่ตั้งอยู่ที่ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์อยู่บริเวณเนินเขาของหมู่บ้านทางแดง  ที่เรียกกันว่า ผาซ่อนแก้ว อันเนื่องมากจากมีภูเขาสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวเขาและเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม มีถ้าปลาอยู่บนปลายยอดเขาและยังเคยมีชาวบ้านเห็นลูกแก้วลอยอยู่บนฟ้าและหายเข้าไปในถ้ำ จึงมีความเชื่อที่ว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมาจึงทำให้ต่างก็เชื่อกันว่าเป็นสถานที่มงคลและมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

วัดผาซ่อนแก้ว

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เป็นที่ ๆ พุทธศาสนิกชนต่างพากันมาพักกายพักใจและยังเป็นวัดที่ใช้เป็นสถานปฏิบัติธรรมแต่พระสงฆ์  ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปมาก ๆ ในตอนนี้ ด้วยมีอากาศที่บริสุทธิ์เย็นสบาย

วัดผาซ่อนแก้ว

รอบ ๆ  ตัววัดมีการประดับไปด้วยกระจกหลากหลายสีด้วยกันด้วยความงามของวัดทำให้ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเลือกที่จะไปเยือนกันอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่งดงามที่รับรองได้ว่าใครได้มาเยือนซักครั้งในชีวิตแล้วจะไม่ผิดหวังเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

วัดผาซ่อนแก้ว

บริเวณใกล้ ๆ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วยังมีมหาวิหาร พระพุทธเจ้า 5 พระองค์  ซึ่งในส่วนที่ 1 และ 2 ได้จัดเป็นที่พักของผู้ที่มาปฏิบัติและในส่วนอื่น ๆ ก็ได้ใช้เป็นที่ประกอบศาสนากิจ เช่น ฟังธรรม สวดมนต์  วัตถุประสงค์ในการสร้างวัดพระธาตุผาแก้วเพื่อเป็นการสอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน 4 ที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง

วัดผาซ่อนแก้ว

ขอบคุณภาพ : trueid