ประวัติ วัดไร่ขิง นครปฐม

วัดไร่ขิง พระอารามหลวงที่ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีน อยู่ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม  สร้างขึ้นโดย สมเด็จพระพุทธฒาจารย์ (พุก) ที่มีหลวงพ่อวัดไร่ขิงซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธานและเป็นที่ได้รับความเคารพนับถือของชาวนครปฐมเป็นอย่างมาก ปัจจุบันชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระพุทธรูปกว้างหน้าตัก 4 ศอก  2 นิ้วเศษ สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษที่ได้มีการสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของช่วงสมัยไทยล้านนาและล้านช้างที่ได้มีการเล่าขานสืบต่อกันมากว่า  ลอยน้ำมาและอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน  วัดไร่ขิง สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระราชทานนามให้ว่า วัดมงคลจินดารามไร่ขิง และต่อมากก็เหลือแต่ชื่อวัดไร่ขิง วัดไร่ขิง เป็นที่นิยมที่พุทธศาสนิกชนต่างนิยมพากันเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ มีตลาดนัดผลไม้และอาหารขายอยู่หน้าวัดและยังมีชาวสวนพายเรือมาขายผัก ผลไม้ บริเวณหน้าโบสถ์เป็นเขตอภัยทาน มีปลาสวายที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงปลาได้ด้วย  ระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำถึงแรม 3 คำเดือน 5 ของทุกปีทางวัดจะมีการจัดงานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงและมีมหรสพมากมาย ในตำนานของเมืองนครปฐมได้มีการเล่ากันมาว่า มีพระ 3 องค์ลอยน้ำมาพร้อมกันและแสดงปาฏิหารย์จะเข้าไปยังบ้านศรีมหาโพธิ์ที่มีต้นโพธิ์ใหญ่จึงมีการเรียกตำบลนั้นว่า บางพระ พระพุทธรูป 3 องค์ลอยไปถึงแม่น้ำท่าจีนแล้วลอยทวนขึ้นมาจึงได้เรียกตำบลนั้นว่า สามประทวนและช่วยบ้านก็พากันไปชักพระขึ้นฝั่งแต่ไม่สำเร็จต่างก็ต้องตากแดด เปียกฝนกันจึงได้ชื่อว่า บ้านตากแดดและ บ้านลานตากฟ้า และในที่สุดพระพุทธรูปองค์แรกก็ยอมสถิต ณ วัดไร่ขิงเรียกกันว่า […]

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ประเทศญี่ปุ่น

ปราสาทดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในจังหวัดเฮียวโงะ ที่เป็นหนึ่งใน 12 ปราสาทที่เหลืออยู่ในประเทศญี่ปุ่นอย่าง ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ที่ในตอนหลังได้มีการนำมารีโนเวทครั้งใหญ่ เมื่อปี 2015 ทำให้ตอนนี้ประสาทสมบูรณ์งดงามอย่างยิ่ง และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ให้เป็น 1 ใน 4 ปราสาทที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นร่วมกับปราสาทอีกสามที่และได้รับการการันตีจากระดับสากลและระดับประเทศเลยทีเดียวและเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่เหลือรอดมาจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันซิง ปราสาทฮิเมจิ ได้ขึ้นชื่อเรื่องของการที่เป็นปราสาทที่มีอาณาบริเวณที่มีต้นซากุระมากมายและได้กลายเป็นแหล่งที่มีคนเลือกนิยมมาถ่ายรูปที่ถ่ายออกมาแบบสวยงามมาก ภายในมีอาคารอยู่ถึง 80 อาคารที่เชื่อมต่อกันทั้งหมดและมีประตู กำแพงกั้นแต่ละส่วนไว้  มีช่องเอาไว้ให้ได้ดูวิวได้รอบทิศทางแบบ 360 องศาให้ได้ดูกันแบบพาโนราม่าที่สามารถจะมองเห็นอาณาบริเวณของปราสาททั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นจุดที่สวยเว่อร์วังมาก ๆ ค่าเข้าชม : สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป 1000 เยน นักเรียน  นักเรียนทุกระดับ 300 เยน กลุ่ม 30 คนขึ้นไป 800 เยน ปราสาท Himeju : Keikoen ผู้ใหญ่ 18 ปีขึ้นไป 1040 เยน เด็ก(นักเรียนทุกระดับ ) 360 เยน  […]

วัดพระบาทน้ำพุ

วัดพระบาทน้ำพุ หรือว่า วัดพระพุทธบาทประทานพร  วัดไทยที่ตั้งอยู่เชิงเขาน้ำพุ หมู่ที่  3 ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้มี พระราชวิสุทธิประชานาถ เป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีรอยพระพุทธบาทและยังเป็น สถานรักษาพักฟื้นผู้ติดเชื้อ HIV และเป็นที่ตั้งของมูลนิธิธรรมรักษ์  รอยพระพุทธบาทถูกครอบอยู่ภายใต้มณฑปโดยที่อยู่ห่างจากอาคารสำนักงานมูลนิธิธรรมรักษ์ประมาณ 150 เมตร โครงการธรรมรักษ์นิเวศน์ที่พักฟื้นและรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้าย ในถ้ำบนเขาที่อยู่ในวัดภายในยังมีหลวงพ่อดำ ปางมารวิชัย สมัยอยุธยาและพระโพธิสัตว์ 9 องค์ส่วนบนยอดภูเขาพระอุทัย อโนโม สร้างหลวงพ่อขาวขึ้นเมื่อ พ.ศ 2523 ได้มีการเริ่มต้นรักษาและพักฟื้นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ 2535 และได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน โดยแยกออกเป็นสองส่วน คือ 1. คือ รับดูและรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ทั่วไปทั่วประเทศ 2. คือ การรับอุปการะเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากบิดามารดาที่ติดเชื้อซึ่งในแต่ละเดือนวัดจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาททั้งค่าอาหาร ค่ายา ค่าบริหารจัดการวัดรวมไปถึงค่าเผาศพซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐเดือนละ 100,000 บาทที่เหลือก็จะเป็นผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาค ทางวัดได้ประสบปัญหาการเงิน เนื่องจากว่าเงินทุนที่ใช้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแต่ด้วยการประชาสัมพันธ์ข่าวทั้งในและต่างประเทศก็ได้ทำให้ทางวัดได้รับการบริจาคจนสามารถพ้นวิกฤตนั้นมาได้

วัดเล่งเน่ยยี่ 2 บางบัวทอง นนทบุรี วัดแก้ปีชง ชื่อดัง!!

วัดเล่งเน่ยยี่ 2 หรือ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ อยู่ที่บางบัวทอง นนทบุรี เป็นวัดจีนนิกายรังสรรค์ที่แต่เดิมเป็นโรงเจ แต่ต่อมา เจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่ และพุทธบริษัทไทยและจีน ได้ร่วมกันพัฒนาขยายให้เป็นวัดที่สวยงามตามคำล่ำลือจริง  ได้บรรยากาศเหมือนกับอยู่ในประเทศจีนกันเลย มีสถาปัตยกรรมในยุคหมิง ซิง ที่ประณีตกันทุกรายละเอียดทั้งลวดลายภาพเขียนสีแบบจีนที่งดงามมากที่จะมีให้เห็นในทุกมุมของวัด พื้นที่ทำจากหินอ่อนเวลาเดินเล่นทำให้เย็นเท้า สบาย  ๆ พิธีแก้ชง ซึ่งจะมีชุดสะเดาะเคราะห์ให้บูชา ที่ทางวัดได้เตรียมไว้ได้แก่ กระดาษเงิน กระดาษทอง ใบฝากดวง ธูปสามดอกและนำไปอธิษฐานต่อหน้าเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยจากนั้นก็นำกระดาษเงินและกระดาษทองปัดออกจากตัวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า 13 ครั้งซึ่งปกติแล้วจะปัดตามจำนวนเดือนของปีคือ 12 ครั้งแต่ในปีมีซ้อนกันอยู่ 2 เดือนนั่นก็คือ 9 ตามจันทรคติของจีนและเดือน 8 ตามจัทรคติของไทยและนำใบฝากดวงไปหย่อนลงในตู้ พระอุโบสถของที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธาน 3 พระองค์คือ พรอมตาภพุทธเจ้า พระศากยมุนีพุทธเจ้า และ พระไภษัชยคุรไวฑูรย์พุทธเจ้า พร้อมทั้งมีรูปปั้นอรหันต์ทั้ง 18 พระองค์อยู่สองฝั่งขวา ซ้าย และยังมีผนังเป็นภาพแกะสลักด้วยไม้สัก บริเวณด้านหลังของพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของ วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตรว์ ให้มาชมและสักการะขอพรกัน ใครที่มานมัสการขอพรต่างก็บรรลุผลสำเร็จทุกอย่าง ทุกความปรารถนา

วิธีบนหลวงพ่อโสธร อย่างไร? ให้ประสบความสำเร็จ?

ถ้าพูดถึงวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด อยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา แน่นอนว่าทุกคนก็ต้องนึกถึง วัดหลวงพ่อโสธร ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดด้วย ประชาชนทั่วไทยทุกสารทิศมีความศรัทธาและต่างหลั่งใหลและต่างก็เคยไปสักการะ หลวงพ่อโสธร กันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยไป เรามีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากกันก่อนที่จะไปรับผลบุญกันอย่างอิ่มใจ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่เขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดที่เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย มี “พระรูปปางสมาธิ ลงรักปิดทองแบบล้านช้าง” คุณคงต่างก็เคยได้ยินคำเล่าขานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิปาฏิหารย์ของ “หลวงพ่อโสธร” ที่ทุกคนทั่วสารทิศต่างก็จะพากันมากราบไหว้ของบารมีจากหลวงพ่อและรักษาโรคให้แคล้วคลาดและช่วยปกป้องคุ้มครองและได้มีการเล่าขานต่อ ๆ กันมาก การบนบาน หลวงพ่อโสธร  “ใช้ขี้ธูป ดอกไม้บูชาแห้งเกี่ยวแล้ว อธิฐานหยดเทียน ขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อมาทำยาซึ่งปรากฏกันว่าหายและหลังจากนั้นก็ได้กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่ว” ได้มีการบอกต่อกันมาว่ามีอยู่สองเรื่องเท่านั้นที่ บนแล้วไม่สมหวัง ก็คือ.. เรื่องขอให้ไม่ติดทหาร เรื่องขอมีบุตร  เพราะหลวงพ่อท่านชอบให้คนไปเป็นทหารจะได้ปกป้องรักษาบ้านเมือง ถ้าหากว่าใครที่มาบนก็จะได้ไปเป็นทหาร เรื่องขอบุตร ก็มักจะได้บุตรที่มีอาการไม่ครบ 32 ประการ เนื่องจากท่านได้ส่งลูกหลานซึ่งเป็นทหารที่บาดเจ็บล้มตายนั่นเอง วิธีบนหลวงพ่อโสธร  และว่ากันว่า “ท่านชอบไข่ต้ม” ทำให้คนที่สมหวังมักแก้บนด้วย “ไข่ต้ม” เพราะแต่ก่อนไข่ต้มจะเป็นของที่หาได้ง่ายนั่นเอง

วัดผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์

วัดผาซ่อนแก้ว หรือ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ที่ตั้งอยู่ที่ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์อยู่บริเวณเนินเขาของหมู่บ้านทางแดง  ที่เรียกกันว่า ผาซ่อนแก้ว อันเนื่องมากจากมีภูเขาสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวเขาและเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม มีถ้าปลาอยู่บนปลายยอดเขาและยังเคยมีชาวบ้านเห็นลูกแก้วลอยอยู่บนฟ้าและหายเข้าไปในถ้ำ จึงมีความเชื่อที่ว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมาจึงทำให้ต่างก็เชื่อกันว่าเป็นสถานที่มงคลและมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เป็นที่ ๆ พุทธศาสนิกชนต่างพากันมาพักกายพักใจและยังเป็นวัดที่ใช้เป็นสถานปฏิบัติธรรมแต่พระสงฆ์  ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปมาก ๆ ในตอนนี้ ด้วยมีอากาศที่บริสุทธิ์เย็นสบาย รอบ ๆ  ตัววัดมีการประดับไปด้วยกระจกหลากหลายสีด้วยกันด้วยความงามของวัดทำให้ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเลือกที่จะไปเยือนกันอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่งดงามที่รับรองได้ว่าใครได้มาเยือนซักครั้งในชีวิตแล้วจะไม่ผิดหวังเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง บริเวณใกล้ ๆ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วยังมีมหาวิหาร พระพุทธเจ้า 5 พระองค์  ซึ่งในส่วนที่ 1 และ 2 ได้จัดเป็นที่พักของผู้ที่มาปฏิบัติและในส่วนอื่น ๆ ก็ได้ใช้เป็นที่ประกอบศาสนากิจ เช่น ฟังธรรม สวดมนต์  วัตถุประสงค์ในการสร้างวัดพระธาตุผาแก้วเพื่อเป็นการสอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน 4 ที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง ขอบคุณภาพ : trueid

รีวิว มิวเซี่ยมสยาม (Museum Siam)

พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้หรือว่าที่เรารู้จักกัน มิวเซี่ยมสยาม (Museum Siam Discovery  Museum)  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ได้มีการเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2551 โดยอยู่ภายใต้การดูแลของสถาบันการเรียนรู้แห่งชาติ ถือได้ว่าเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เน้นจุดมุ่งหมายในการแสดงตัวตนของชนในชาติที่จะทำให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เรื่องของรากเหง้าชาวไทยซึ่งเน้นไปที่กลุ่มชนในเขตเมืองบางกอก หรือ กรุงเทพมหานคร  เน้นการนำเสนอความเป็นไทย ในมิติที่ร่วมสมัยมากขึ้นทั้งยังตั้งอยู่ในสถานที่ที่สวยงาม ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงนิทรรศการชุด เรียงความประเทศไทยเมื่อวันที่  18 เมษายน 2559 และต่อมาได้มีการจัดทำนิทรรศการชุดหใหม่ซึ่งมีจุดประสงค์ให้มีเนื้อหาเท่าทันสมัยและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้าชมที่มีชื่อชุดว่า นิทรรศการ ถอดรหัสไทย นิทรรศการ เรียงความประเทศไทยได้ทำการจัดแสดงกับ Muse Mobile มิวเซียมติดล้อที่เป็นการจัดในตู้คอนเทนเนอร์เคลื่อนที่ ที่มีขนาดใหญ่ โดยที่มีการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและคนไทยผ่านรูปแบบนิทรรศการที่ทันสมัย มิวเซียมสยาม ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติที่ประกอบด้วย อาคารกระทรวงพาณิชย์เดิมเป็นอาคาร 3 ชั้น  อาคารอเนกประสงค์ 1 เป็นอาคาร 2 ชั้น  อาคารสำนักงานเป็นอาคาร 5 ชั้น  ลานคนกบแดงและสนามหญ้า เป็นลานอิฐและสนามหญ้าหลังอาคารกระทรวงพาณิชย์เดิม  อาคารอเนกประสงค์ 2 ใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ  และ นิทรรศการเคลื่อนที่ […]

ประวัติวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย

วัดพระแก้ว เป็นอีกหนึ่งวัดดังของจังหวัดเชียงรายที่มีอายุเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงรายซึ่งวัดนี้ได้มีการค้นพบ พระแก้วมรกตหรือว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) ที่กรุงเทพ ซึ่งในประวัติมีการเล่าว่า  เมื่อปี พ.ศ.1897 สมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าเมืองครองเชียงใหม่ฟ้าได้ผ่าจนเจดีย์ร้างองค์หนึ่งจนได้พบกับพระพุทธรูปสีเขียวที่สร้างมาจากหยกนั่นก็คือ วัดพระแก้ว เชียงราย นั่นเอง การขึ้นทะเบียนองค์พระเจดีย์เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ.2478  ภายในวัดได้มีหอพระหยกที่เป็นอาคารทรงล้านนาโบราณเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรัตนากร นวุตวัสสานุสรณ์มงคล หรือว่าที่คุ้นชื่อกันว่า พระหยก เชียงราย ภายในผนังของหอพระหยกได้มีการแสดงกิจกรรมจากตำนานพระแก้วมรกตและภาพวาดต่าง ๆ พิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว เป็นอาคารทรงล้านนาประยุกต์ที่ได้มีการเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2538 ภายในจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพุทธรูปที่สำคัญและได้มีการรวมทั้งศิลปวัฒนธรรมที่ทันสมัยเกียวกับพระพุทธศาสนาเอาไว้ พระเจดีย์ ที่เมื่อปี พ.ศ 1977 ได้เกิดฟ้าผ่าลงองค์พระเจดีย์ก็ได้พังลงและได้ค้นพบพระแก้วมรกตซ่อนอยู่ จากนั้นก็ได้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองต่าง ๆ ตามลำดับ การเดินทาง  วัดพระแก้วตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงรายที่สามารถเดินทางไปได้ง่าย ๆ ที่เมื่อถึงห้าแยกพ่อขุนก็ให้เลี้ยวซ้ายและตรงไปเรื่อย ๆ จนสุดทางแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกก็จะเห็นวัดอยู่ขวามือ

ประวัติ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร หรือชื่อเดิมที่เรียกกันว่า วัดมะกอก เป็นวัดที่อยู่ในสมัยโบราณตั้งแต่อยุธยาซึ่งมีที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ทางทิศตะวันออก  วัดที่มีการสร้างขึ้นในตำบลบางมะกอกต่อมาใน พ.ศ 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชประสงค์ให้ได้มีการย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรีจึงเสด็จกรีฑาทัพล่องมาทางชลมารถมาถึงหน้าวัดมะกอกนอกในรุ่งอรุณของอีกวันพอดี จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อจากวัดมะกอกนอกมาเป็น วัดแจ้ง  ถือกันว่าวัดแจ้งเป็นวัดที่อยู่คู่บ้าน เมืองเนื่องจากเป็นวัดที่ได้มีการประดิษฐานของพระแก้วมรกตและพระบางและได้มีการสมโภชใหญ่ถึง 7 คืน 7 วันและต่อมาในปี พ.ศ2327 พระแก้วมรกต ได้ย้ายมาประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตรนศาสดาราม เมื่อรัชกาลที 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราชเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติได้มีการโปรดให้สร้างพระนครใหม่ฝั่งตะวันออกของแม้น้ำเจ้าพระยาและทรงรับสั่งให้รื้อกำแพงพระราชวังกรุงธนบุรีออก วัดแจ้ง จึงไม่ได้อยู่ในเขตของพระราชวังอีกต่อไป   ต่อมาพระองค์จึงได้โปรดให้วัดแจ้งได้มีการจำพรรษาของพระสงฆ์และได้มีการมอบหมายให้สมเด็จ พรเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากมหลวงอิศรสุนทรเป็นผู้ดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้งแต่ไม่สำเร็จท่านทรงสิ้นเสียก่อน ในเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จและได้ทรงปั้นหุ่นพระพุทธรูปด้วยผีพระหัตถ์และได้โปรดพระราชทานนามวัดว่า วัดอรุณราชธาราม จนมาถึงรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์เพิ่มและทรงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดอรุณราชวราราม ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเว็บไซต์ watarun.org , dhammathai.org , kapook.com

ประวัติความเป็นมา วัดท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

วัดท่าไม้ ตั้งอยู่ ถนนเศรษฐกิจ 1 ซอย 8 อำเภอ ระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เริ่มก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2520 โดยมี พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เป็นเจ้าอาวาส  มีที่ดินทั้งหมด 6 ไร่ โดยการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาในความศักสิทธิ์ ต่างพากันมาทำบุญ ขอพร เสริมดวง สะเดาะเคราะห์ และสักการะบูชา และเสริมเมตตามหานิยม ความเป็นมา เมื่อปีพุทธศักราช 2520 ได้มีพระภิกษุ “ฉายา อุปติสฺโส” วัย 24 ปี ได้ธุดงผ่านมา และต้องการหาสถานที่เพื่อปฏิบัติธรรม จนได้มีชาวบ้าน ช่วยกันแนะนำ บริเวณริมแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นสถานที่สงบเงียบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ต่อมาเมื่อวันที่  20 ตุลาคม พ.ศ.2520 ชาวบ้านและพระภิกษุ ได้ร่วมกันขออนุญาตสร้างวัด และได้รับอนุญาติเมื่อ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 และได้ตั้งชื่อว่า “สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี” จนมาถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2532  ได้เปลี่ยนชื่อ สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี […]